วันที่ซากุระบานเต็มสวนโกริโอกากึ ( Goryokaku : 五稜郭) ที่ฮาโกดาเตะ

วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

จากโมริโอกะ สู่ฮาโกดาเตะ ( Morioka to Hakodate )

เช้านี้ผมยังอยู่ที่โมริโอกะ (Morioka) ตามแผนที่กำหนดไว้วันนี้จะต้องออกเดินทางจากเมืองโมริโอกะไปยังฮาโกดาเตะ (Hakodate) ซึ่งเป็นการเดินทางที่ยาวและใช้เวลาพอสมควร เมืองฮาโกดาเตะอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด ซึ่งการเดินทางข้ามจากเกาะฮอนชูไปยังเกาะฮอกไปโดโดยรถไฟในช่วงเวลานี้นั้นจะต้องไปต่อรถไฟที่เมืองอะโอโมริ ที่ผมบอกว่าในช่วงเวลานี้ก็เพราะว่าอีกไม่นาน รถไฟชินกันเซ็นก็จะวิ่งไปถึงฮาโกดาเตะ และต่อไปจนถึงซัปโปโร ดังนั้นในอนาคตไม่ไกลนี้รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น หรือชินกันเซ็นนี้ก็ถือว่าไปได้ครอบคลุมหมดทุกภูมิภาคของประเทศแล้ว หลังจากเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วลงมาทานอาหารด้านล่างของโรงแรม เสร็จแล้วค่อย Check Out ออกจากโรงแรมเพื่อเดินไปยังสถานีโมริโอกะ ( Morioka ) ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากเดินประมาณสัก 5 นาทีก็ถึงแล้ว ถึงสถานีก็เดินขึ้นไปรอรถด้านบนเพื่อเดินทางสู่เมืองอะโอโมริ (Aomori) ด้วยรถขบวน Hayabusa Shinkansen ใช้เวลา 1 ชม. 4 นาที  เมื่อถึงสถานีอะโอโมริแล้วก็เดินลงมาด้านล่างเพื่่อหาซื้อข้าวกล่องเบนโตะ (Bento) ในบริเวณสถานี ซึ่งมีร้านขายข้าวกล่องอยู่ แล้วจึงมุ่งหน้าไปต่ออีกขบวนเพื่อข้ามเกาะไปยังฮาโกดาเตะ ด้วยรถไฟขบวน Limited Express Hakucho จากสถานีชินอะโอโมริ ไปยัง ฮาโกดาเตะใช้เวลา 2 ชม.นิด ๆ รวมแล้วก็ประมาณ 3 ชม. กว่าจะถึงฮาโกดาเตะก็เกือบเที่ยง ทั้งนี้ผมได้แนบแผนที่เส้นทางไว้ด้านล่าง สำหรับบทความนี้ยังคงเขียนในรูปแบบเดิม ๆ คือจะใส่รายละเอียดต่าง ๆ เท่าที่จำเป็นและหวังว่าข้อมูลในนี้คงมีประโยชน์บ้าง FromMoriokaToHakodate

การเดินทาง

นั่งรถไฟไปฟังเพลงไป หิวก็หยิบขนมมากิน หิวมากก็ทานข้าว เพลีย ๆ ก็ผลอยหลับไป ช่วงเวลาที่นานที่สุดคือช่วงเวลาบนรถขบวน HAKUCHO จากอะโอโมริไปฮาโกดาเตะ ซึ่งส่วนหนึ่งของเส้นทางคือการลอดอุโมงค์ใต้ทะเลที่เชือมเส้นทางจากสองเกาะเข้าด้วยกัน เมื่อโผล่ขึ้นมาจากปากอุโมงค์ฝั่งฮอกไปโด เราก็มาถึงฮาโกดาเตะแล้ว นั่งชมวิวข้างทางอยู่พักใหญ่ ๆ รถก็จอดแวะอีกสักสามสถานี จนกว่าจะเข้ามายังสถานีฮาโกดาเตะซึ่งเป็นสถานีปลายทาง สำหรับท่านที่จะไปซัปโปโรก็ต้องมาต่อรถที่นี่เช่นกัน แต่เป้าหมายของเราอยู่ที่นี่ เราจะไปดูซากุระที่ได้ข่าวว่าวันนี้บานเต็มที่แล้ว ( Full Bloom ) ที่ป้อมปราการรูปดาว หรือ โกริโอกากึ ( Goryokaku )

ชื่อเขียนเป็นภาษาไทยแปลก ๆ ?

     โกริโอกากึ (Goryokaku ) ชื่ออาจอ่านยากหน่อยแต่นี่คือสำเนียงที่ผมคิดว่าถูกต้องที่สุด เพราะการพูดชื่อสถานที่ที่เราต้องการไปด้วยสำเนียงให้ใกล้เคียงที่คนญี่ปุ่นพูดมากที่สุด จะทำให้คนที่ฟังเราจะไม่งงและทราบว่าเราต้องการอะไร หรือถามทางไปไหน บางทีเขาฟังทีเดียวก็ตอบโดยทันทีถึงจะฟังภาษากันไม่ค่อยรู้เรื่องแต่อย่างน้อยก็เข้าใจกันด้วยท่าทาง เพียงแต่เราต้องพูดชื่อสถานที่ให้เขาเข้าใจก่อนเท่านั้น

เดินทางสู่ป้อมปราการรูปดาว โกริโอกากึ ( Fork Goryokaku )

เมื่อถึงฮาโกดาเตะสิ่งแรกที่ต้องทำคือนำกระเป๋าไปฝากยังโรงแรมเนื่องจากต้องเดินทางเปลี่ยนเมืองจึงต้องนำกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย และตอนนี้ยังไม่สามารถเช็คอินได้ แต่สามารถนำกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรมได้ เพื่อจะได้สามารถเดินทางไปเที่ยวได้โดยสะดวก หลังจากฝากของไว้ที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปหาสถานีรถราง ( TRAM ) ที่อยู่ใกล้สุดเพื่อมุ่งหน้าไปยังป้อมปราการรูปดาว ก่อนอื่นกางแผนที่ดูก่อนว่าเส้นทางเป็นอย่างไร และเราต้องไปตรงไหนบ้าง hakodate_streetcar_map_large

วางแผนการเดินทาง 

ผมขอปักหลักที่สถานีรถไฟฮาโกดาเตะก่อน เพื่อจะได้กำหนดจุดหมายต่อไป ซึ่งสถานีรถแทรมที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟที่สุดคือสถานีที่ชื่อ Hakodate-Eki-mae จากนั้นก็ให้ลากเส้นไปทางขวา เพื่อตรงไปลงยังสถานี Goryokaku-Koen-mae เราต้องลงสถานีนี้ จุดสังเกตอีกอย่างของสถานีนี้ก็คือ เป็นสถานีที่อยู่หลังการเลี้ยวขวา เรียกว่ารถเลี้ยวขวาที่แยกใหญ่เมื่อไหร่ ก็ลงสถานีนี้แหละ ค่าโดยสารจากสถานีฮาโกดาเตะ ไปยังป้อมปราการรูปดาว "Goryokaku Koen mae" (五稜郭公園前, 10 นาที¥ 230 ขาเดียว) หรือถ้าวางแผนว่าจะใช้บริการรถรางไม่ต่ำกว่า 3 รอบแนะนำให้ซื้อตั๋ววันจะประหยัดกว่า สามารถซื้อตั๋ววันได้ที่ร้านขายหนังสือที่สถานี หรือซื้อกับคนขับรถรางโดยตรงก็ได้ครับ ค่าตั๋ววันเดียวเฉพาะรถราง ( Tram ) ก็ 600 เยนครับ สำรวจราคาตั๋วรถรางและรถบัสได้ตามตารางด้านล่างครับ แนะนำให้เตรียมเหรียญไว้ให้พอดี กรณีที่ไม่ได้ใช้พาส เพื่อความสะดวกเวลาลงรถ  
ประเภทรถ ประเภทตั๋ว ราคาเด็ก ราคาผู้ใหญ่
รถราง ตั๋วปกติ(Normal Fare) 100-130 เยน 200-250 เยน
รับตั๋วจากเครื่องจ่ายตั๋วขณะขึ้นรถ หยอดตั๋วลงกล่องและชำระเงินขณะลงรถ ถ้าเป็นแบ็งค์ให้สอดแบ็งค์ในเครื่องจะแลกเหรียญได้ แล้วค่อยหยอดเหรียญค่าโดยสาร
รถราง ตั๋ววันเดียว(One Day Pass) 300 เยน 600 เยน
แสดงพาสให้คนขับดู ก่อนลงจากรถ
รถบัส ตั๋วปกติ(Normal Fare) 200-300 เยน 100-150 เยน
รับตั๋วจากเครื่องจ่ายตั๋วเวลาขึ้นรถ คืนตั๋วในกล่องรับตั๋วและชำระเงิน
รถบัส ตั๋ววันเดียว(One Day Pass) 1,000 เยน 500 เยน
รับตั๋วจากเครื่องจ่ายตั๋วเวลาขึ้นรถ คืนตั๋วในกล่องรับตั๋วและรูดพาสในเครื่องอ่านก่อนลงรถ
รถบัส ตั๋วสองวัน(Two Days Pass) 1,700 เยน 850 เยน
รับตั๋วจากเครื่องจ่ายตั๋วเวลาขึ้นรถ คืนตั๋วในกล่องรับตั๋วและรูดพาสในเครื่องอ่านก่อนลงรถ
 

มุ่งหน้าสู่ป้อมปราการรูปดาว ไปดูซากุระ

ลงจากรถรางแล้วก็ต้องเดินต่อครับ เดินข้ามถนนไปยังฝั่งเดียวกับที่ลงมุ่งหน้าไปทางซ้ายตามทางเดิน จากนั้นเจอแยกแล้วก็เลี้ยวขวา เดินตรงไปเรื่อย ๆ สักพักใหญ่ ๆ ก็จะเห็นป้อมปราการรูปดาวครับ ถ้ายังกลัวงงผมแนบแผนที่เอาไว้ให้แล้ว สวนนี้เป็นสวนเปิดให้เข้าชมฟรีครับ แต่ถ้าต้องการขึ้นไปบน Goryokaku Tower ต้องเสียค่าขึ้น 840 เยน   access-map ขณะเดินเข้าไปตามทางเพื่อไปยังป้อมปราการรูปดาวอย่ามัวเดินมุ่งหน้าสู่จุดหมายอย่างเดียว เดินเพลิน ๆ สบาย ๆ แล้วมองข้างทางบ้าง คุณจะพบกับรูปปั้นน่ารัก ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ ตามทางเดิน ใครเห็นอะไรน่ารัก ๆ ระหว่างทางอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังครับ
25 ปฏิมากรรมลอยตัว เด็กกับหมาน้อยนั่งบนเก้าอี้ ระหว่างทางไปป้อมปราการรูปดาว


หลังจากเดินมาพักใหญ่ ๆ ผมก็เห็นหอคอยสูงตระหง่านนั่นแหละครับ ก่อนถึงทางเข้าป้อมปราการรูปดาว จะมีต้นซากุระอยู่รายทางบ้าง ออกดอกสวยงามรอต้อนรับสายตานักท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว แต่มุมถ่ายรูปไม่ค่อยลงตัวยิ่งถ้าต้องการถ่ายซากุระคู่กับหอคอยสูง เพราะมีสายไฟโยงพาดผ่านอยู่ อย่ากระนั้นเลยเดินมุ่งหน้าตรงเข้าสวนดีกว่าครับ เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ซากุระบานเต็มที่แล้ว คนญี่ปุ่นจึงออกจากบ้านมานั่งปูเสื่อกินข้าวสังสรรค์กันใต้ต้นซากุระ หรือที่เรียกกันว่า "ฮานามิ" ซึ่งทำกันเป็นประเพณีทุก ๆ ปี เมื่อต้นซากุระออกดอกในวันที่สวยที่สุด เดินไปจนถึงทางเข้าด้านข้างของสวน เท่านั้นแหละครับ ผมถึงกับต้องขนลุกซู่เมื่อเห็นซากุระนับพันต้นออกดอกสวยงามอย่างพร้อมเพรียงกัน เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกอีกโลกที่มีแต่ดอกไม้ห่อหุ้มเราเอาไว้ ความรู้สึกวันนั้นเป็นอย่างนี้จริง ๆ ยิ่งเดินเข้าไปด้านในลอดแนวต้นซากุระเข้าไป ก็จะเหมือนเดินอยู่ในซุ้มดอกไม้ที่ใหญ่มาก ๆ สีชมพูอ่อนละลานตาไปหมดจนหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ เป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก ๆ ครับ คนญี่ปุ่นเองเมื่อเห็นภาพแบบนี้ก็ถึงกับร้อง "สุโก้ย" "สุโก้ย" พึมพำออกมาหลายครั้งเชียวครับ ถ้าเป็นคนไทยคงร้อง "โอ้โห"  ประมาณนั้น ใช้เวลาเดินไปสักพักก็จะเจอทางด้านในซึ่งเป็นทางเดินรอบ ๆ ป้อมปราการ มีคูน้ำอยู่ทางด้านขวากั้นแนวป้อมปราการเอาไว้ และรอบ ๆ คูน้ำก็เรียงรายไปด้วยต้นซากุระ เหมือนกับทางด้านในเช่นกัน ผู้คนเพลิดเพลินกับการสังสรรค์ เสียงเฮฮาทานเหล้าทานเบียร์ ปิ้งบาร์บีคิว เสียงเด็ก ๆ วิ่งเล่นสนุกสนาน ทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติคึกคักกันมาก

ขอคั่นเวลาด้วยประวัติของป้อมปราการรูปดาวนิดนึงครับ

18 ป้อมปราการรูปดาวและซากุระ มุมมองจาก Goryokaku Tower


ป้อมปราการ โกริโอกากึ (五稜郭, Goryokaku)  ถูกสร้างในช่วงปลายของยุคเอโดะ เพื่อป้องกันเมืองจากภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมของมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งไม่กี่ปีภายหลังก็กลายเป็นที่ตั้งของป้อมปราการในสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพของผู้สำเร็จราชการ และทหารที่เหนือกว่ารัฐบาลของทางเมจิที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และต่อมาทหารก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ป้อมปราการนี้ในทางการทหารอีกต่อไป จึงได้แปรสภาพมาเป็นสวนสาธารณะ และในปี 1910 ก็ได้มีการนำต้นซากุระกว่าพันต้นมาปลูกในบริเวณเนินของป้อมปราการ และต่อมาที่นี่ก็กลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของฮอกไกโด และของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดอกซากุระที่นี่จะบานเต็มที่พร้อม ๆ กันในช่วงเวลาประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ของทุกปี ด้านในของป้อมปราการจะมีอาคารซึ่งอดีตเคยเป็นสำนักงานของผู้สำเร็จราชการจังหวัดฮอกไกโด แต่อาคารเดิมนั้นถูกทำลายลงไปแล้วหลังจากการล่มสลายของผู้สำเร็จราชการในปี 1871 แต่ภายหลังได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ โดยมีโครงสร้างและรายละเอียดเหมือนเดิมทุกอย่าง จากนั้นเริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในปี 2010 ส่วนหอคอยนั้นในอดีตก็มีอยู่แล้วแต่สูงเพียง 60 เมตร จึงถูกสร้างขึ้นใหม่ใหัสูงขึ้นกว่าเก่าอีก โดยมีความสูงประมาณ 107 เมตรในปี ค.ศ. 2006 เมื่อขึ้นไปด้านบนก็จะเห็นป้อมปราการรูปดาวทั้งหมด นอกจากนั้นยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรวมของเมืองฮาโกดาเตะอีกด้วย
19 นักท่องเที่ยวคึกคัก ในวันที่ซากุระบานเต็มที่


SAKURA FULL BLOOM

เดินเข้ามาบริเวณสวนแล้วครับ  วันนี้ผู้คนมากมายมาสังสรรค์กันเยอะเพราะตรงกับวันหยุดด้วย และซากุระก็สวยมากด้วย หลาย ๆ คนอยู่ที่นี่จนถึงมืดค่ำเลยเชียว หันกลับไปมองภาพบนถ้ามองลงมาดูเหมือนต้นซากุระไม่ได้เยอะมากมาย แต่นั่นมองจากที่สูงมากลงมาครับ พอเรามาเดินข้างล่างต้นไม้มันกว้างขวางมาก ถ้าจะเดินให้รอบป้อมปราการรูปดาวนี้ต้องเมื่อยขามาก ๆ เลยทีเดียวเชียว หลังจากคลายความตื่นเต้นสำหรับการพบซากุระเยอะมาก ๆ ครั้งแรกในชีวิตลงไปได้บ้างแล้ว ก็เริ่มหาทำเลถ่ายภาพ คราวนี้ก็ค่อย ๆ เลือกมุมสวย ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ที่หมอชิตสองดอทคอมนี้ครับ และต้องขออภัยหากในภาพมีสัญลักษณ์ หรือตัวหนังสือลายน้ำใด ๆ รบกวนการชมภาพของคุณ ๆ บ้าง ผมพยายามทำให้รบกวนน้อยที่สุด แต่ก็ต้องทำเพื่อป้องกันสินทรัพย์ทางปัญญา ไม่ได้อนุญาตให้นำไปใช้โดยเสรี และไม่อยากมีปัญหาใด ๆ ภายหลังที่ต้องไปร้องเรียนกัน ถึงภาพจะไม่สวยแต่คนถ่ายภาพก็ตั้งใจอย่างที่สุด ทั้งนี้เพื่อแฟน ๆ หมอชิตสองดอทคอมครับ

ฮาโกดาเตะ เมืองเล็ก ๆ แต่น่ารัก

สำหรับเมืองฮาโกดาเตะ เมืองที่หลาย ๆ คนหลงรัก ไม่ได้มีดีแค่ป้อมปราการรูปดาว หรือโกริโอกากึเท่านั้น ฮาโกดาเตะยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง มีร้านอาหารทะเลที่สดมาก ๆ อร่อยมาก ๆ มีร้านขนมหลาย ๆ ร้านที่โด่งดังไปทั่วโลก เสน่ห์ของเมืองนี้ยังมีอีกเยอะ เขียนรอบเดียวไม่จบแน่ ๆ คงต้องแยกออกไปอีกหลายบทความ อย่าลืมติดตามต่อที่นี่ หมอชิตสองดอทคอม : mochit2.com สำหรับบทความซากุระที่สวนโกริโอกากึคงจบเพียงแค่นี้ สวัสดีครับ
01 คูน้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการรูปดาว นักท่องเที่ยวพายเรือเล่นกันอย่างสบายใจ


02 Goryokaku Tower


11 05 04 09
15 ฉลองซากุระบาน ด้วยการ "ฮานามิ"


14
16 Hokodate Ropeway มองจาก Goryokaku Tower


17 บรรยากาศใกล้ค่ำของเมือง Hakodate จาก Goryokaku Tower


20 หุ่นจำลอง Fork Goryokaku จากด้านบนของ Goryokaku Tower


23 "ฮานามิ" กันจนย่ำค่ำ


Link ที่เกี่ยวข้อง http://www.hakodate.travel/en/things-to-do/top7/goryokaku/ http://www.hakodate.travel/en/   ภาพทั้งหมดในบทความเป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์หมอชิตสองดอทคอม อนุญาตให้แชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค อ้างอิงหรือในไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ ถ้าต้องการนำภาพไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ โปรดติดต่อโดยตรงที chirasak@yahoo.com

แนะนำให้อ่านต่อ